สิ่งแรกที่เห็นและดูจะโดดเด่นที่สุดของ
Iphone คือ หน้าจอครับ หน้าจอมีขนาดใหญ่ 3.5 นิ้ว เป็นระบบ Touch screen เสียด้วย ซึ่งด้วยลักษณะเป็น Wildsceen ทำให้สามารถเล่นหนังเพลง จากระบบของ itune ได้ดีมากยิ่งขึ้นครับ อีกทั้ง Iphone ยังให้ itune เป็นโปรแกรมสนับสนุนในการถ่ายโอนสื่อต่างๆ อีกด้วย
ระบบหลักๆ ยังคงเน้นการใช้งานในลักษณะของ entertainment ซึ่งหน้าตาการใช้งานจะเน้นรูปแบบที่คล้ายคลึงกับเจ้า ipod ดังนั้น ท่านที่ใช้ ipod อยู่จึงไม่ยากที่จะเข้าใจในระบบของ iphone ตัวนี้เลยครับ ซึ่งมีการในเอารูปแบบนี้ใช้กับระบบทั้งหมดใน iphone เลยก็ว่าได้ครับ
ระบบ Visual voicemail ของ iphoneเอง ก็มีการปรับปรุงให้น่าใช้งานครับ ในลักษณะของการที่เราสามารถเลือกรายชื่อ ของผู้ที่ส่ง Voicemail เข้ามา และกดฟังได้ทันที โดยที่เราสามารถดูไล่ความสำคัญจากรายชื่อที่ส่ง voice mail เข้ามาได้ทันที ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เร็วมากขึ้นครับ
ระบบ SMS ดูจะเป็นระบบที่โดดเด่นอีกอันหนึ่งครับเนื่องจาก จะมีการจัด interface ของ หน้าจอให้สามารถเห็นเหมือนกับกล่องคำพูดในหนังสือการ์ตูน และไล่เรียงการตอบกลับไปมาเรื่อยๆ ครับ ทำให้เราสามารถอ่านข้อความกลับไปกลับมาได้อย่างสะดวกรวดเร็ว [ ดูคลิป iphone sms feature ]
กล้องที่มากับ iphone นั้นมีขนาดความละเอียด 2 ล้านพิกเซลครับ สามารถดูภาพได้ทั้งแนวตั้งหรือแนวนอนครับ เช่น เวลาที่เรายกกล้องถ่ายภาพในลักษณะแนวนอน เวลาที่แสดงผล ปรกติที่เราถือกล้องแนวตั้ง ภาพจะถูกบีบให้แคบลง แต่เมื่อเราหมุนกล้องดูในแนวนอน ภาพจะถูกหมุนให้เต็มหน้าจอโดยอัติโนมัติครับ
นอกจากนี้ ภาพทุกภาพในเครื่องเราสามารถเลือกเป็น wallpaper ได้ครับ แต่ต่างจากมือถือทั่วไปตรงที่ว่า ไม่ว่าภาพนั้น เล็ก ใหญ่ หรือตำแหน่งหน้าคน หายขอบจอ หรือใหญ่ไป อย่างไร เจ้า iphone ตัวนี้สามารถย่อ ขยาย ปรับเลื่อนขึ้นลง ซ้ายขวา จัดตำแหน่งที่จะแสดงได้อย่างที่เราต้องการ
ระบบการเชื่อมต่อเข้ากับ Internet ก็สามารถทำได้ง่ายขึ้น เนื่องจากใช้ engine ของเว็บบราวเซอร์อย่าง Safari ทำให้สามารถใช้งานได้รวดเร็วขึ้น (แต่กับหน้าเว็บภาษาไทย อาจจะต้องคิดกันใหม่ครับ) นอกจากนี้ระบบยังเป็น multiple tasking อีกด้วย ทำให้เมื่อเวลาที่เราอ่านหน้าเว็บ อยู่ ก็สามารถเช็คอีเมล์ได้ในตัวด้วย
ระบบการใช้งานยังมีการรวมเอา Search engine ใหญ่สองค่าย คือ google และ yahoo ทำให้สามารถค้นหาข้อมูลได้เร็วขึ้น มีการรวมเข้ากับ google map อีกด้วย ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะหลง สามารถใช้งานในการค้นหาถนน เส้นทาง ที่ต้องของจุดต่างๆ ได้ง่ายขึ้น (แต่google map ยังไม่ละเอียดเลย กับบ้านเรา) เช่นการหาร้าน Starbuck ผ่านทาง google map เมื่อเจอที่ตั้งแล้ว สามารถเรียกดูข้อมูลร้านเพิ่มเติม และกดโทรไปยังร้านที่ต้องการนั้นได้ทันที
[ดูคลิปวิดีโอ ใน Iphone feature Map]
นอกจากนี้ยังสนับสนุนระบบ Wigets ซึ่งเป็น application ขนาดเล็กเพื่ออำนวยความสะดวกอื่นๆ เพิ่มเติมได้อย่างอิสระอีกด้วย
หน้าจอ เป็นระบบ Multiple touch สามารถกดพร้อมๆ กันได้มากกว่า 1 จุด ทำให้ง่ายต่อการควบคุมหรือจัดหน้าจอ ระบบปฏิบัติการหลักของมือถือ ใช้ OS X เป็นตัวขับเคลื่อนระบบทั้งหมด ทำให้สามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลาย และรวดเร็ว
ระบบเครือข่าย quad-band GSM,สนับสนุน ระบบ Cingular’s EDGE network, 802.11b/g Wi-Fi, Bluetooth 2.0 with EDR
ข้อมูลทางเทคนิค
| หน้าจอ | 3.5 inches |
| ความละเอียดหน้าจอ | 320 by 480 at 160 ppi |
| ระบบการใช้งาน | Multi-touch |
| ระบบปฏิบัติการ | OS X |
| ความจุ | 4GB or 8GB |
| เครือข่ายที่สนับสนุน | GSM Quad-band (MHz: 850, 900, 1800, 1900) |
| การใช้งานไร้สาย | Wi-Fi (802.11b/g) + EDGE + Bluetooth 2.0 |
| กล้องดิจิตอล | 2.0 megapixels |
| แบตเตอรี่ | ใช้งานได้ประมาณ 5 ชั่วโมง ในรูปแบบทั่วๆ ไป คือ พูดคุย / ดู Video / เปิดเครื่องค้นหาข้อมูล หรือ ได้สูงสุดถึง 16 hours สำหรับการฟังเพลงอย่างเดียว |
| ขนาด | 4.5 x 2.4 x 0.46 inches / 115 x 61 x 11.6mm |
| น้ำหนัก | 4.8 ounces / 135 grams |
ความคิดเห็นของ Nokia ต่อ Iphone
จากการเปิดตัวของทาง Apple ในครั้งนี้ ทำให้ ทางฝั่งของ Nokia ถึงกับต้องออกมาเต้นเปิดแถลงค์ข่าว ถึงทันที ว่า การเปิดตัวของ Iphone ในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวที่ดี ในการทำการตลาดของ apple จะส่ง มือถือออกมาในตลาด สำหรับ Iphone แล้วนั้น ถือว่า เป็นมือถือที่มี ลูกเล่นดี แต่เน้นไปในทางของ entertainment อีกทั้ง ยังไม่มีการ support ระบบ 3G เพื่อรองรับอนาคตอีกด้วย ซึ่ง apple ดูจะเน้นในทางด้านของ Media มาไปเสียด้วย
ราคา และช่วงเวลาในการวางตลาด
สำหรับ Iphone แล้วทางฝั่งของ apple คาดหมายว่า จะวางตลาดในเดือน June ของปีนี้ จะวางจำหน่ายมี 2 ความจุให้เลือก คือขนาด 4 GB ราคา 499 เหรียญสหรัฐ และขนาด 8 GB ราคา 599 เหรียญหรือประมาณเป็นเงินไทย ราวๆ 22000-23000 บาท แต่สำหรับบ้านเรา หรือทางฝั่ง asia ก็คงต้องรอไปก่อน เพราะจะเริ่มวางขายกันจริงๆ ในราวๆ ปี 2008
อุปกรณ์เสริม
ในขณะนี้ทาง Apple เองได้วางเป้าหมายของ อุปกรณ์เสริมสำหรับเจ้า iphone ไว้ไม่มากนัก แต่ที่แน่ๆ หูฟังของเจ้า iphone นั้น ก็ได้มีการนำเอามาแสดงเช่นกัน ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน สองแบบคือแบบไร้สาย ใช้ระบบ Bluetooth และระบบเป็นสายตามปรกตินั่นเอง สำหรับรุ่นที่มีสาย จะมีการวางรูปแบบหน้าตาไว้ในมีขนาดเล็ก กระทัดรัด คล้ายกับหูฟังสีขาวของเจ้า Ipod นั่นเอง ส่วนเจ้าตัว Bluetooth นั้น ยังไม่มีรายละเอียดในขณะนี้
คลิกวิดีโอที่เกี่ยวข้อง
- ข่าวการเปิดตัว Iphone จาก CNN
- Iphone feature
- iphone ตัวเป็นๆ
- normal iphone feature
- iphone sms feature
- คลิปวิดีโอ การพรีเซ้นต์ เจ้า Iphone
ลิ้งค์ อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ตารางเปรียบเทียบข้อมูลระหว่าง Iphone และ Smart Phone