♥PoppiE's posts with tag: ระบบสุริยะ

What are tags? You can give your posts a "tag", which is like a keyword. Tags help you find content which has something in common. You can assign as many tags as you wish to each post.
View posts by people in your network with tag ระบบสุริยะ

ระบบสุริยะกำลังโตขึ้น !?

หนังสือเรียนในปัจจุบันสอนเราว่าระบบสุริยะประกอบด้วยดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์บริวารทั้ง 9 ดวง รวมถึงวัตถุขนาดเล็กอื่นๆ เช่น ดาวหางและดาวเคราะห์น้อย ภาพเหล่านี้กำลังจะเปลี่ยนไป หนังสือเรียนกำลังจะต้องถูกแก้ไข และจำนวนดาวเคราะห์อาจจะเพิ่มเป็น 12 ดวง ในเร็วๆ นี้


แม้ว่าโดยทั่วไป ดาวพลูโตจะได้รับการยอมรับว่าเป็นดาวเคราะห์ในลำดับที่เก้า อย่างไรก็ดี นักดาราศาสตร์ทราบดีถึงความแตกต่างระหว่างดาวพลูโตและดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของขนาด องค์ประกอบ หรือวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ ในระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา มีการค้นพบวัตถุคล้ายคลึงกับดาวพลูโตในวงโคจรที่ไกลออกไป เช่น เซดนา (Sedna) ควออาร์ (Quaoar) และ 2003UB313 ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าดาวพลูโตเสียอีก วัตถุเหล่านี้เรียกรวมว่าเป็นวัตถุที่อยู่ในวงโคจรนอกดาวเนปจูน (Trans Neptunian Objects-TNO) การค้นพบเหล่านี้ทำให้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการนิยามคำว่าดาวเคราะห์เสียใหม่



ภาพแสดงลำดับจากดวงอาทิตย์ของดาวเคราะห์ทั้ง 12 ดวง (ภาพอนุเคราะห์โดย IAU)




ในการประชุมใหญ่ของสหพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติ (International Astronomical Union-IAU) ระหว่างวันที่ 14-25 สิงหาคม 2549 ที่กรุงปราก ประเทศสาธารณรัฐเช็ก มีผู้แทนจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าร่วมประชุมบุญรักษา นำโดย ดร.สุจินดา โชติพานิช รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยนายบุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สวดช.) เข้าร่วมในครั้งนี้ โดยในที่ประชุมได้มีข้อเสนอนิยามใหม่ของดาวเคราะห์และข้อเสนอให้ยกสถานภาพการเป็นดาวเคราะห์ของวัตถุขนาดใหญ่อีก 3 วัตถุ ในนิยามใหม่นั้น ดาวเคราะห์ต้องมีลักษณะดังนี้



1. เป็นวัตถุที่มีมวลและแรงโน้มถ่วงมากเพียงพอที่ทำให้วัตถุนั้นมีลักษณะเป็นทรงกลม วัตถุที่เป็นดาวเคราะห์จะต้องอยู่ในวงโคจรรอบดาวฤกษ์ ทั้งนี้วัตถุดังกล่าวจะต้องไม่เป็นบริวารของดาวเคราะห์ดวงอื่น


2. ดาวเคราะห์ทั้ง 8 ดวง ที่ถูกค้นพบก่อน ค.ศ.1900 (นับถึงดาวเนปจูน) จัดว่าเป็นดาวเคราะห์คลาสสิค (Classical Planets) ทั้งนี้ ดาวเคราะห์เหล่านี้มีวงโคจรเกือบจะเป็นวงกลมและอยู่ในระนาบใกล้เคียงกับสุริยะวิถีหรือระนาบที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ในการนี้เนื่องจากดาวเคราะห์น้อย ซีเรส (Ceres) ซึ่งมีสมบัติตามข้อ 1 และมีวงโคจรที่มีลักษณะคล้ายดาวเคราะห์คลาสสิคทั้ง 8 ดวง ควรได้รับการจัดให้เป็นดาวเคราะห์ด้วย


3. ดาวพลูโตจัดว่าเป็นดาวเคราะห์ตามข้อ 1 อย่างไรก็ดี วงโคจรของดาวพลูโตเป็นวงรีมากและอยู่ในระนาบที่ห่างจากสุริยะวิถี วัตถุอื่นที่มีสมบัติตามข้อ 1 และมีวงโคจรที่คล้ายกับดาวพลูโต ให้จัดเป็นดาวเคราะห์เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ดาวพลูโตและดาวเคราะห์เหล่านี้ให้เรียกว่าเป็นดาวเคราะห์ประเภทพลูตอนส์ (Plutons)


4. วัตถุอื่นๆ ในระบบสุริยะที่ไม่จัดเป็นดาวเคราะห์ ให้ถือว่าเป็นวัตถุขนาดเล็กในระบบสุริยะ (Small Solar System Bodies)




ภาพเปรียบเทียบขนาดของดาวเคราะห์ใหม่ทั้ง 3 ดวง เมื่อเทียบกับขนาดโลก (ภาพอนุเคราะห์โดย IAU)



จากข้อเสนอดังกล่าวจะทำให้ระบบสุริยะมีดาวเคราะห์เพิ่มเป็น 12 ดวงในทันที ได้แก่ ดาวเคราะห์ซีเรส ดาวเคราะห์ 2003UB313 ซึ่งกำลังจะได้รับการตั้งชื่อเป็นทางการในการประชุมครั้งนี้ด้วย และดาวเคราะห์แครอน (Charon) ซึ่งเดิมถือว่าเป็นดวงจันทร์ของดาวพลูโต แต่เนื่องจากมีขนาดใหญ่และจุดศูนย์กลางการโคจรรอบซึ่งกันและกันกับดาวพลูโต (Barrycentre) อยู่นอกผิวดาวพลูโต จึงถือว่าแครอนเป็นดาวเคราะห์ด้วย พลูโต-แครอน จึงกลายเป็นดาวเคราะห์คู่ (Double Planet)


นอกจากนี้ หากวัตถุในกลุ่ม TNO อื่นๆ ได้รับการรับรองว่ามีสมบัติเป็นตามนิยามดังกล่าว ก็จะถูกจัดว่าเป็นดาวเคราะห์เช่นเดียวกัน ซึ่งอาจจะมีผลให้จำนวนดาวเคราะห์ของระบบสุริยะเพิ่มขึ้นได้ถึง 53 ดวงในระยะเวลาอันใกล้ ถึงเวลานั้นคงยากที่เราจะจำชื่อดาวเคราะห์ในระบบสุริยะได้ครบทุกดวง


by Clover


Blog EntryระบบสุริยะJul 21, '07 1:26 PM
for everyone

                            

      ระบบสุริยะ คือระบบดาวที่มีดาวฤกษ์เป็นศูนย์กลาง และมีดาวเคราะห์ (Planet) เป็นบริวารโคจรอยู่โดยรอบ เมื่อสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย ต่อการดำรงชีวิต สิ่งมีชีวิตก็จะเกิดขึ้นบนดาวเคราะห์เหล่านั้น หรือ บริวารของดาวเคราะห์เองที่เรียกว่าดวงจันทร์ (Satellite) นักดาราศาสตร์เชื่อว่า ในบรรดาดาวฤกษ์ทั้งหมดกว่าแสนล้านดวงในกาแลกซี่ทางช้างเผือก ต้องมีระบบสุริยะที่เอื้ออำนวยชีวิตอย่าง ระบบสุริยะที่โลกของเราเป็นบริวารอยู่อย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าระยะทางไกลมากเกินกว่าความสามารถในการติดต่อจะทำได้ถึง

      ที่โลกของเราอยู่เป็นระบบที่ประกอบด้วย ดวงอาทิตย์ (The sun) เป็นศูนย์กลาง มีดาวเคราะห์ (Planets) 9 ดวง ที่เราเรียกกันว่า ดาวนพเคราะห์ ( นพ แปลว่า เก้า) เรียงตามลำดับ จากในสุดคือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน ดาวพลูโต

     และยังมีดวงจันทร์บริวารของ ดวงเคราะห์แต่ละดวง (Moon of sattelites) ยกเว้นเพียง สองดวงคือ ดาวพุธ และ ดาวศุกร์ ที่ไม่มีบริวาร ดาวเคราะห์น้อย (Minor planets) ดาวหาง (Comets) อุกกาบาต (Meteorites) ตลอดจนกลุ่มฝุ่นและก๊าซ ซึ่งเคลื่อนที่อยู่ในวงโคจร ภายใต้อิทธิพลแรงดึงดูด จากดวงอาทิตย์ ขนาดของระบบสุริยะ กว้างใหญ่ไพศาลมาก เมื่อเทียบระยะทาง ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ซึ่งมีระยะทางประมาณ 150 ล้านกิโลเมตร หรือ 1au.(astronomy unit) หน่วยดาราศาสตร์ กล่าวคือ ระบบสุริยะมีระยะทางไกลไปจนถึงวงโคจร ของดาวพลูโต ดาว เคราะห์ที่มีขนาดเล็กที่สุด ในระบบสุริยะ ซึ่งอยู่ไกล เป็นระยะทาง 40 เท่าของ 1 หน่วยดาราศาสตร์ และยังไกลห่างออก ไปอีกจนถึงดงดาวหางอ๊อต (Oort's Cloud) ซึ่งอาจอยู่ไกลถึง 500,000 เท่า ของระยะทางจากโลกถึงดวงอาทิตย์ด้วย ดวงอาทิตย์มีมวล มากกว่าร้อยละ 99 ของ มวลทั้งหมดในระบบสุริยะ ที่เหลือนอกนั้นจะเป็นมวลของ เทหวัตถุต่างๆ ซึ่ง ประกอบด้วยดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง และอุกกาบาต รวมไปถึงฝุ่นและก๊าซ ที่ล่องลอยระหว่าง ดาวเคราะห์ แต่ละดวง โดยมีแรงดึงดูด (Gravity) เป็นแรงควบคุมระบบสุริยะ ให้เทหวัตถุบนฟ้าทั้งหมด เคลื่อนที่เป็นไปตามกฏแรง แรงโน้มถ่วงของนิวตัน ดวงอาทิตย์แพร่พลังงาน ออกมา ด้วยอัตราประมาณ 90,000,000,000,000,000,000,000,000 แคลอรีต่อวินาที เป็นพลังงานที่เกิดจากปฏิกริยาเทอร์โมนิวเคลียร์ โดยการเปลี่ยนไฮโดรเจนเป็นฮีเลียม ซึ่งเป็นแหล่งความร้อนให้กับดาว ดาวเคราะห์ต่างๆ ถึงแม้ว่าดวงอาทิตย์ จะเสียไฮโดรเจนไปถึง 4,000,000 ตันต่อวินาทีก็ตาม แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังมีความเชื่อว่าดวงอาทิตย์ จะยังคงแพร่พลังงานออกมา ในอัตรา ที่เท่ากันนี้ได้อีกนานหลายพันล้านปี

     ชื่อของดาวเคราะห์ทั้ง 9 ดวงยกเว้นโลก ถูกตั้งชื่อตามเทพของชาวกรีก เพราะเชื่อว่าเทพเหล่านั้นอยู่บนสรวงสวรค์ และเคารพบูชาแต่โบราณกาล ในสมัยโบราณจะรู้จักดาวเคราะห์เพียง 5 ดวงเท่านั้น(ไม่นับโลกของเรา) เพราะสามารถเห็นได้ ด้วยตาเปล่าคือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ประกอบกับดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ รวมเป็น 7 ทำให้เกิดวันทั้ง 7 ในสัปดาห์นั่นเอง และดาวทั้ง 7 นี้จึงมีอิทธิกับดวงชะตาชีวิตของคนเราตามความเชื่อถือทางโหราศาสตร์ ส่วนดาวเคราะห์อีก 3 ดวงคือ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน ดาวพลูโต ถูกคนพบภายหลัง แต่นักดาราศาสตร์ก็ตั้งชื่อตามเทพของกรีก เพื่อให้สอดคล้องกันนั่นเอง


Blog EntryดาวพลูโตJul 21, '07 1:13 PM
for everyone
 
ดาวพลูโต
( The Pluto )

ดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างไกลจาก ดวงอาทิตย์ มากที่สุด และมีขนาด เล็กกว่า ดวงจันทร์ 7 ดวงในระบบสุริยะ ( ดวงจันทร์ของโลก, ไอโอ, ยูโรปา, กันนึมมีด, คัลลิสโต, ไททันและ ทายตัน) วงโคจร: 5,913,520,000 ก.ม. (39.5 หน่วยดาราศาสตร์) จากดวงอาทิตย์ (โดยเฉลี่ย) เส้นผ่านศูนย์กลาง: 2274 ก.ม. มวล: 1.27 คูณด้วย x 1022 ก. ก. ในเทพนิยายโรมาน พลูโตเป็นเทพเจ้าแห่งเมืองบาดาล (กรีก: ฮาเดส ) ดาวพลูโตได้ชื่อนี้ คงเป็นเพราะมันอยู่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์มากและได้รับแสงน้อย หรือบางทีอาจเป็นเพราะตัวอักษร "PL" ย่อมากจาก Percival Lowell (ก่อนหน้านี้มีการตั้ง ชื่อดาวเคราะห์ดวงใหม่นี้ต่าง ๆ นานา)

ลักษณะ

นักดาราศาสตร์ผู้ที่ค้นพบดาวพลูโตเป็นชาวอเมริกัน ชื่อ Percival Lowell ได้คำนวณและคาดหมายว่า น่าจะมีดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่งที่อยู่ดาวยูเรนัส ออกไปอีก แต่ก็ยังค้นไม่พบต่อมาในปีพ.ศ.2473 Clyde Tombaugh ก็ได้พบดาวดวงนั้นที่ชื่อว่า ดาวพลูโต ดาวพลูโต มีขนาดใหญ่พอๆ ดาวพุธทำให้ไม่ มีอิทธิ พลต่อการโครจรของดาวยูเรนัสมาก นักดาราศาสตร์เชื่อว่าน่าจะมีดาวเคราะห์ดวงอื่นที่อยู่ถัดจากดาว พลูโลออกไปอีกเพียงแต่เรายังค้นไม่พบเท่านั้นเอง ดาวพลูโตประกอบด้วยหินเหมือนดาวพุธซึ่งแตก ต่างจากดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน ซึ่งประกอบด้วยก๊าซดาวพลูโตอยู่ไกลจากดวง อาทิตย์มากถึง 5,900 ล้านกิโลเมตร หมุนรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบจะใช้เวลา 248 ปี และใช้เวลาหมุนรอบ ตัวเอง 1 รอบ ใช้เวลา 6 วัน 9 ชั่วโมง แม้ดาวพลูโต จะเป็นดาวที่อยู่ไกลที่สุดในระบบสุริยะ (ในขณะนี้) แต่บางครั้งอาจโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าดาวเนปจูนเมื่อเรามองจากดาวพลูโต จะเห็นดวงอาทิตย์

ดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวที่ไม่เคยมีการส่งยานอวกาศไปสำรวจ แม้แต่ กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ยังทำการสำรวจรายละเอียดได้เพียง รูปซ้ายมือ โชคดีที่ดาวพลูโตมีบริวารชื่อ แครอน ซึ่งค้นพบในปี พ.ศ.2521 ก่อนที่ระนาบวงโคจรของมันจะหันเข้ามาในระบบสุริยะ เราได้ข้อมูลต่าง ๆ จากการสังเกต การณ์และการคำนวณ การเคลื่อนที่บังกัน (transit) คาบความสว่าง และสังเกตความสว่างและความมืดคล้ำของพื้นผิวทั้งสองดวง เรายังไม่ทราบขนาดรัศมีของที่แท้จริงดาวพลูโต NASA ประมาณว่าเท่ากับ 1,127 ก.ม. บวก/ลบ หนึ่งเปอร์เซนต์ เหมือนดาวดวงหนึ่งในท้องฟ้าเท่านั้นเอง

ดาวเคราะห์น้ำแข็ง

ดาวพลูโตเป็นโลกขนาดเล็ก มันเล็กกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ และยังเล็กกว่าดวงจันทร์ของโลก มีความหนาวเย็นมาก และอาจไม่มีบรรยากาศพื้นผิวของมัน อาจปกคลุมด้วยน้ำแข็งหรือแก๊ซน้ำแข็ง เราคิดว่าดาวพลูโตประกอบขึ้นด้วยน้ำแข็งโดยมีแกนเป็นหิน มันอาจเหมือนกับดาวบริวารของดาว ยูเรนัส บางทีครั้งหนึ่ง พลูโตอาจเคยเป็นดาวบริวารมันอาจเป็นดาวบริวารของดาวเนปจูนซึ่งหนีการ หมุนรอบดาวเนปจูน

ดาวบริวาร

ดาวพลูโตมีดาวบริวารชื่อ ดาว Charon ซึ่งพบโดยการดูด้วยกล้องโทรทัศน์ในปี 1978 ดาว Charon มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 725 ไมล์ ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่ง ของเส้นผ่านศูนย์กลางของดาวพลูโต ดาว Charon หมุนรอบดาวพลูโตโดยมีระยะทางห่างจากดาวพลูโต 12,125 ไมล์ มันใช้เวลาในการหมุน รอบดาวพลูโต เท่ากับการหมุนของดาวพลูโต ถ้าหากเราอยู่บนดาวพลูโต เราจะมองไม่เห็นว่า ดาว Charon ปรากฎบนท้องฟ้า



© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help